ร้านจีระพร พระเครื่อง

������.������������ ��������������������������������� Lp.Sanit Wat Lum Bua Loi


หลวงพ่อสนิท ยสินธโร หรือ พระครูวรเวทย์นิวิฐ วัดลำบัวลอย

ชาติภูมิ หลวงพ่อสนิท ชาตะ เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๘ (ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลู) มีนามเดิมว่า สนิท นามสกุล มีพงษ์ ณ บ้านบางกุ้ง (บ้านวังชัน) ต.บางกุ้ง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีพี่น้อง จำนวน ๗ คน ท่านเป็นบุตร คนที่ ๔ ได้แก่ ๑. นางบุญเรือน ๒. นางทองชุบ ๓. นางละม้าย ๔. พระครูวรเวทย์นิวิฐ (หลวงพ่อสนิท) ๕. นางจิต ๖. นางลำจวน ๗.นางเตี้ย กำพร้ามารดาเมื่อยังเยาว์วัย ต่อมาบิดาถึงแก่กรรม จึงได้ย้ายมาอยู่กับพี่สาวที่ บ้านลำบัวลอย ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก

เมื่อครบอายุ ๒๓ ปี ท่านได้อุปสมบท ณ วัดท่าเรือ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๑ โดยมีท่านพระครูอุทัยธรรมธารี (หลวงพ่อตี่ สุริยวงศ์สวัสดี) วัดท้าวอู่ทอง จ.ปราจีนบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการจรูญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการทองพูน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ยสินธโร” 

เมื่ออุปสมบทแล้วท่านได้เดินทางกลับมาพรรษา ณ วัดลำบัวลอย ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๘๐ เป็นยุคที่วัดเสื่อมโทรมที่สุด เพราะเจ้าอาวาสองค์เก่าได้ลาสิกขาไป เหลือแต่บรรดาพระภิกษุหนุ่ม และสามเณรน้อยดูแลความประพฤติกันเอง โดยมีภิกษุเพียง ๒ พรรษาเป็นผู้ควบคุมดูแล เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นพระภิกษุหนุ่มท่านก็มิได้นิ่งนอน ทำวัตรสวดมนต์เสร็จกิจก็ท่องเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน ครบถ้วนกระบวนความเป็นเครื่องยังชีพ ที่ต้องไปสวดร้องท่องบ่นฉลองศรัทธาที่มานิมนต์ นอกจากท่านร่ำเรียนเจ็ดตำนาน สิบสองตำนานแล้ว หลวงพ่อท่านยังค้นคว้าร่ำเรียนพระธรรมวินัย อันเป็นคำสั่งสอนเวไนยสัตว์ให้หลุดพ้นจากกิเลส เครื่องตรึงรัดมัดใจ ให้หลงในลาภสักการะและยศถาบรรดาศักดิ์ต่างๆ และเรียนรู้กฏระเบียบแห่งการปกครอง และคำบัญญัติข้อห้ามของพระภิกษุสามเณร แต่ว่าสอบนักธรรมในพรรษาแรกไม่ได้

ในปีพ.ศ.๒๔๙๖ หลังจากหลวงพ่อสนิทอุปสมบทได้ ๖ พรรษา ท่านได้สอนพระภิกษุ-สามเณรในวัด จนสอบนักธรรมตรีได้หลายรูป ทางพระเถระชั้นผู้ใหญ่จึงให้หลวงพ่อสนิทท่านสอบนักธรรมสนามหลวง หลวงพ่อสนิทท่านจึงสอบนักธรรมสนามหลวงผ่านถึงนักธรรมชั้นโท ในปีหลังๆ ต่อมาท่านก็ไม่ได้ไปสอบอีกต่อไป คงรับหน้าที่อบรมสั่งสอนพระลูกศิษย์ลูกหาเสมอมา 

เกี่ยวกับทางด้านการศึกษาค้นค้าทางด้านพุทธาคม เนื่องจากหลวงพ่อสนิทท่านสนใจทางไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ได้เสาะแสวงหาอาจารย์ร่ำเรียนคัมภีร์ เลขยันต์ เวทมนต์ คาถาอาคมขลังสรรพวิยาคุณต่างๆจนแตกฉาน ชำนิชนาญด้านสรรพคุณไสยด้านถูกกระทำย่ำยีจากศัตรู รู้รอบด้านการแก้สรรพพิษ ยาเบื่อ ยาเมา และยาสั่ง จาก “ หลวงพ่อดำ วัดกุฎิ ” เกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม เป็นเจ้าตำรับผู้สร้าง พระปิดตา เนื้อตะกั่วดำ พิมพ์ปักเป้า อันลือชื่อด้านการป้องกันพิษยาสั่ง และคงกระพันชาตรี

ต่อมาได้เดินทางไปปราจีนบุรี เสาะหาอาจารย์ชื่อดังที่สร้างและปลุกเสก “จระเข้โทน” คือพระอาจารย์เส็ง แห่งวัดสันทรีย์ ครั้งแรกในการสร้างและปลุกเสกจระเข้โทนเกิดขึ้นราวๆ ปีพ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นเนื้อตะกั่วสีดำ ขนาดลำตัวยาวราวๆ ๔ เซนติเมตร โดยหลวงพ่อสนิทนั้นท่านมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆของ พระอาจารย์เส็ง ซื่อสัตย์ ซึ่งพระอาจารย์เส็งท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดสันทรีย์ ตั้งแต่ปี ๒๔๓๕ จนถึง ๒๔๗๖ ได้ลาสิกขาบท ซึ่งเมื่อหลวงพ่อสนิท มาฝากตัวร่ำเรียนวิชาจระเข้โทนที่วัดสันทรีย์ พระอาจารย์เส็งท่านได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้หลวงพ่อสนิทจนหมดสิ้น และท่านได้ถ่ายทอดวิชาจระเข้โทนจนสำเร็จ จนหลวงพ่อสนิทสามารถสร้างจระเข้โทน เนื้อชินตะกั่วสีดำ และสร้างจระเข้ปางนารายณ์อวตารหลังลูกศรนารายณ์ (จระเข้รุ่นจันทร์เพ็ญ) ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ท่านยังได้เรียนวิชาแพทย์แผนโบราณจาก พระครูอุทัยธรรมธารี (หลวงพ่อตี่ สุริยวงศ์สวัสดี) วัดท้าวอู่ทอง จ.ปราจีนบุรี อีกด้วย และได้เดินทางไปศึกษาพระเวทย์จากหลวงพ่อพระอาจารย์ทองดำ วัดโคกหม้อ จ.นครสวรรค์ จนสำเร็จวิทยาคมต่างๆ ทั้งตำรายาโบราณการสูญฝี และโรคภัยต่างๆอย่างชำนาญ 

หลวงพ่อสนิท เป็นพระอริยสงฆ์ที่รักสันโดษเป็นอย่างมาก กล่าวถึงเมื่อก่อนที่สังขารของท่านจะร่วงโรย ท่านจะถือธุดงควัตร ออกธุดงค์อยู่ตลอดเวลา ท่านไม่สะสมสิ่งของมีค่าใดๆทั้งสิ้น มีเมตตาสูง ไม่เคยแยกแยะว่าผู้มาหาจะมีฐานะร่ำรวย หรือยากจนอย่างไร ท่านก็ยังคงปฏิบัติต่อญาติโยมทุกคนเท่าเทียมกันหมด และตัวท่านเอง ก็ยังมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์หลายแขนง เมื่อครั้งในอดีตท่านเคยรักษาผู้ป่วยที่มาพึ่งบารมีทั้งที่ป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บและที่ ป่วยจากการโดนคุณไสยต่างๆ สาธุชนที่เคยไปกราบ หรือไปขอพึ่งบารมีหลวงปู่จะสามารถสัมผัสจิต อันอัศจรรย์ของหลวงพ่อสนิทท่าน ได้ด้วยตนเอง ดังเช่นการรู้วาระจิตล่วงหน้าว่า จะมีใครมาหา มากี่คน มาหาด้วยเรื่องอะไร เป็นต้น 

นอกจากนี้หลวงพ่อสนิทท่านยังรักษาสัจจะวาจาเท่าชีวิตดังนั้น คำพูดทุกคำที่ออกจากปากท่านจึงเป็นจริงดังวาจาสิทธิ์ของพระร่วง ท่านพูดอะไรให้ฟังแล้วสิ่งนั้นจะปรากฏเป็นจริงเสมอ

หลวงพ่อสนิท มรณภาพลง เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๒ สิริอายุ ๗๔ ปี ๕๑ พรรษา และมีการพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ และสาธุชนผู้เลื่อมใสศรัทธา

แสดง 1-12 จาก 113 รายการ