ร้านจีระพร พระเครื่อง

���������������������������


ขุนช้าง-ขุนแผน นั้นเป็นเรื่องราวของบรรพบุรุษไทย ในรัชสมัยของพระเจ้าพันวัสสา หรือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ ๗ แห่งอาณาจักรอยุธยา ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. ๑๙๖๗ - พ.ศ. ๑๙๙๑​ คำว่าขุนช้างและขุนแผนนั้นไม่มีในทำเนียบของราชการ เป็นคำเรียกที่ชาวบ้านเขาตั้งให้เท่านั้น ที่เรียกว่า ขุนช้างก็เพราะ คนตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐี เป็นคนหาช้างให้แก่พระราชา ตั้งแต่สมัยปู่ทวด เป็นคนฝึกช้าง คุมช้าง หรือ เรียกได้ว่าเป็นหัวหน้ากองช้าง จึงเรียกว่า " ขุนช้าง " แท้จริงแล้วขุนช้างมีชื่อจริงๆ ว่า “ศรี” แปลว่า มิ่งขวัญ เป็นคนมาดดี สง่าผ่าเผย ตาผ่องใส หน้ารูปไข่นิด ๆ แต่ว่า หน้าเป็นหน้าของผู้ชาย ไม่ใช่รูปไข่ของผู้หญิง ผิวค่อนข้างขาว ลักษณะ ท่าทาง องอาจ สง่าผ่าเผย หัวก็ไม่ได้ล้านเลี่ยนดังที่มีคนเขียนไว้ เพียงแต่ หัวเถิกง่ามถ่อ ธรรมดา ๆ เท่านั้น ขุนช้างอายุแก่กว่าขุนแผน ๑ ปี ส่วนขุนแผนก็เหมือนกัน แท้จริงแล้ว ขุนแผนมีชื่อว่า “พลายแก้ว”  พลายแก้ว คือ ช้างแก้ว ช้างที่มีกำลังใหญ่ ช้างตัวประเสริฐของพระเจ้าจักรพรรดิ ที่เขาให้ชื่อว่า พลายแก้ว ก็เพราะ เกิดมาฤกษ์ดี โหรพยากรณ์ว่า เด็กคนนี้จะมีอำนาจมาก สามารถจะปราบปราม ข้าศึกได้ทุกทิศ โดยที่จะใช้กำลังคน เข้าประชิดกับข้าศึก ด้วยกำลังไม่มาก ขุนแผน เป็นคนหน้าตาดี สมส่วน ท่าทางดี ทะมัดทะแมง ผิวขาว  ขาวกว่าขุนช้างอีก  อย่างที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า เป็นคนขาว และที่เรียกว่า ขุนแผน ก็เพราะเป็นคนออกแบบออกแผน จู้จี้จุกจิก เห็นอะไรไม่ดี ก็จัดสรร กราบบังคมทูลพระเจ้าพันวัสสา พระองค์ก็เห็นด้วยทุกประการ อาศัยที่เป็นคนวางแผน ชอบเปลี่ยนแปลง ชอบจัดระบบให้สมดุลอยู่เสมอ ชาวบ้านจึงเรียกว่า ขุนแผน ทั้งขุนช้างและขุนแผนเป็นเพื่อนที่รักกันมาก

ขุนแผนเป็นลูกของขุนไกรซึ่งเป็นแม่ทัพ และตัวของขุนแผนเองก็เป็นแม่ทัพเช่นกัน เป็นคนอยู่ในระเบียบวินัย เป็นคนที่รวบรวมกำลังของคนไทย เพื่อต่อสู้กับข้าศึกศัตรู การที่นิยายเขาบอกว่าขุนช้างโกงเอาเมียขุนแผนและขุนแผนก็ไปขโมยเมียตัวเองมาจากขุนช้างนั้น เรื่องนี้มิได้เป็นความจริงดังนั้นเลย เพราะว่าทั้งสองท่านเป็นคนดี และในเวลานั้นเป็นสมัยราชาธิปไตย คนที่อยู่ในสมัยราชาธิปไตยต้องเป็นคนดี คนอยู่ในระเบียบประเพณี พระธรรมวินัย และพระราชาก็มีอำนาจสั่งตัดหัวได้สบาย ๆ ถ้าหากใครทำชั่วอะไร

พ่อขุนแผน หรือ พระยากาญจน์บุรี ท่านเป็นยอดขุนศึกที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านพระเวทย์ มีคาถาอาคมแก่กล้า มีฝีมือทางด้านการสู้รบ และยังเป็นผู้ที่มีเสน่ห์ เป็นที่เคารพรักของผู้คน จนเป็นตำนานในการสร้างพระขุนแผนขึ้นบูชาคุณของท่าน พระขุนแผนจึงเป็นตำนานของพระเครื่อง และเครื่องรางของขลังของไทย พระขุนแผนมักสร้างขึ้นเพื่อหวังผล ให้เป็นไปในทางเมตตา มหานิยมเป็นหลัก และเป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมมากอย่างไม่เสื่อมคลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ประวัติการสร้างพระขุนแผนของไทย ที่เป็นพระเครื่อง หรือเครื่องรางของขลัง ที่เด่นชัด ได้แก่ ขุนแผนเก่าที่ขุดพบที่ วัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีพิมพ์ทรงลักษณะเด่น คือ เป็นพระพิมพ์ ๕ เหลี่ยม มีลักษณะของพระปางมารวิชัย ประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีด้วยหลายหลายแบบหลายพิมพ์ บางพิมพ์เป็นพระติดกันมีชื่อเรียกว่า "พรายคู่" ส่วนองค์เดียวเรียกว่า "พรายเดี่ยว" ซึ่งภายหลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพระเครื่องที่สร้างสมัยอยุธยา

มาในภายหลัง ได้มีนำพระพิมพ์ลักษณะนี้มาสร้างเป็นพระเครื่อง นิยมเรียกว่าพระขุนแผน โดยพระเกจิอาจารย์ และวัดต่างๆก็มีการสร้างพระขุนแผนนี้ขึ้น อิทธิคุณอำนาจของพระคุณแผน พระเครื่องพิมพ์นี้ เป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นพระเครื่องที่ให้อิทธิคุณอำนาทางด้านเมตตามหานิยม คือแขวนหรือบูชาแล้วเป็นที่รักชอบของคนที่ได้พบเห็น บางทีก็เป็นเสน่ห์ ต่อเพศตรงข้าม หรือแม้แต่ทางด้านโภคทรัพย์โชคลาภก็มีให้เห็นกันมากแต่ว่าพระขุนแผนแต่ละรุ่นแต่ละแบบจะให้อิทธิคุณอำนาจในทางใด ย่อมอยู่กับการปลุกเสกของเกจิอาจารย์ผู้สร้างผู้ปลุกเสกเป็นสำคัญ หากท่านปลุกเสกให้เป็นไปทางใดแล้วก็จะมีอิทธิคุณอำนาจอย่างนั้น

แสดง 1-12 จาก 12 รายการ