ร้านจีระพร พระเครื่อง

������������������������


พระพิราพ สืบมาจากพระอิศวรไภรวะในอินเดียและเนปาล โดยสันนิษฐานว่าคติเรื่องพระพิราพ เป็นคติความเชื่อที่มาจากการรับเอานาฏศิลป์จากอินเดียเข้ามา พระพิราพ คือ พระศิวะภาคดุ ที่อวตารร่างอยู่ในรูปของยักษ์ พระองค์คือเทพเจ้าแห่งสงคราม โรคร้ายและความตาย เป็นเทพเจ้าแห่งความมืดมิด เป็นเทพเจ้าแห่งอาทิตย์อัสดง และเป็นเจ้าแห่งยามรัตติกาล ในขณะเดียวกันพระพิราพคือผู้ปราบมาร กลืนกินความชั่วร้ายทั้งปวง และประทานสุขสวัสดีแก่ผู้มีใจสุจริต ในทางโขนละครได้ระบุถึงลักษณะของพระพิราพไว้ดังนี้ว่าเป็นยักษ์ศีรษะโล้น หน้ากางคางออก (เรียกว่าหน้าจาวตาล) สีม่วงแก่ หรือสีน้ำรัก หรือสีทอง ปากแสยะ ตาจระเข้ เขี้ยวทู่หรือเขี้ยวตัด หัวโล้น สวมกะบังหน้า ตอนทรงเครื่องสวมมงกุฎยอดเดินหน กายสีม่วงแก่ ๕๑ พักตร์ ๑๐๐ กร มีกายเป็นวงทักขิณาวัฎ รอบตัวอันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระเป็นเจ้า

ครูพระพิราพ บรมครูนาฏศิลป์และการดนตรีไทย
ในบทละครรามเกียรติ์ ฉบับพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑ กล่าวว่าพระพิราพเป็นอสูรเทพบุตร มีฤทธิ์มาก พระอิศวะทรงกำหนดเขตป่าให้อยู่ ณ เชิงเขาอัศกรรณ์ หากมีสิงห์สาราสัตว์หรือผู้ใดพลัดหลงเข้าไปในเขตป่าพระพิราพมีสิทธิ์จับกินได้ เมื่อพระรามและคณะเดินดงผ่านเข้ามาในป่าจึงถูกเหล่าพลยักษ์เฝ้าสวนเข้ารุมจับ แต่ก็ถูกพระลักษณ์ฆ่าตายไปเสียมาก พวกที่เหลือก็พากันหลบซ่อน เมื่อพระพิราพออกไปเที่ยวสวนจับช้างกินได้เห็นต้นไม้น้อยใหญ่กิ่งหักล้มระเนระนาดจึงโกรธกริ้วโยนช้างทิ้ง ส่งเสียงร้องสนั่น ยักษ์ที่หลบซ่อนอยู่จึงรีบออกมาแจ้งข่าวที่เกิดขึ้น เมื่อทราบข่าวพระพิราพจึงตามไปต้นรังใหญ่ที่คณะพระรามนั่งพัก จึงได้ต่อสู้กับพระราม สุดท้ายพระพิราพต้องศรพรหมมาศของพระรามล้มลง


ส่วนเหตุที่ว่า ทำไมจึงนับถือพระพิราพว่าเป็นครูในวงการนาฏศิลป์และดนตรีนั้น เริ่มมาจากในประเทศอินเดีย ซึ่งถือว่าพระพิราพ หรือพระไภรวะนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับนาฏศิลป์ เพราะท่านเป็นผู้ให้กำเนิดท่ารำที่เรียกว่า "วิจิตรตาณฑวะ" ซึ่งเป็นท่ารำท่าหนึ่งใน ๑๐๘ ท่ารำของพระศิวะ ดังนั้นจึงถือว่าท่านเป็น "นาฏราช" ที่หมู่นาฏศิลป์อินเดียให้ความเคารพเกรงกลัว เพราะถือเป็นเทพที่บันดาลความเป็นความตายได้ 


แสดง 1-11 จาก 11 รายการ